ภาพยนตร์ The Godfaher ในตำนานสุดคลาสสิค อ่านรีวิวได้ที่นี่

ภาพยนตร์ The Godfaher ในตำนานสุดคลาสสิค อ่านรีวิวได้ที่นี่

Cuba and The Godfather II – The Angry Proletariat

The Godfaher (Part2)

คือการดำเนินเรื่องต่อจากภาคแรก เป็นยุคของเจ้าพ่อรุ่นสอง คือรุ่นคอร์เลโอเนผู้ลูก (Al Pacino) ผู้ซึ่งแม้จะเดินตามรอยบิดา แต่สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำให้ดูเหมือนว่า ถ้าหากชีวิตของวีโต คอร์เลโอเน ผู้พ่อจะเป็น “ขาขึ้น” ของอาณาจักรเจ้าพ่อ ชีวิตของไมเกิล คอร์เลโอเนดูจะเป็น “ขาลง” ถ้าชีวิตของพ่อเปรียบได้กับยามเช้า ชีวิตของลูกก็คือยามบ่าย

หัวข้อใหญ่ของหนังยังคงเป็นเรื่องการวางแผนซ้อนแผน ด้วยร้อยเล่ห์พันเหลี่ยม การหักหลัง การแก้แค้น การดำเนินการใต้ดินผิดกฎหมาย การคอรัปชั่น ครั้งนี้มีการนำเอาตัวแทนอำนาจรัฐมาเกี่ยวข้องโดยตรงเพื่อชี้ให้เห็นว่า อำนาจนั้นไม่ปรานีใคร มันทำลายได้ทุกคนและทุกอย่าง อ่านรีวิวได้ที่นี่ ดูหนังออนไลน์ 

เจ้าพ่อภาคสองได้ฉายภาพชีวิตพ่อและลูกคู่ขนานกันไป ให้เห็น ดอน วีโต คอร์เลโอเน (แสดงโดย Robert DeNiro) ตั้งแต่วัยเด็กที่ซิซิลีจนเติบโตไปสู่การเป็นเจ้าพ่อ จากครอบครัวที่พ่อแม่และพี่ถูกมาเฟียฆ่า และตัวเองต้องหนีเอาชีวิตรอดข้ามน้ำข้ามทะเลไปอเมริกาคนเดียวตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ทำให้เขาแข็งแกร่งและกลายเป็น “ผู้กว้างขวาง” ที่เต็มไปด้วย “บารมี” ในท้ายที่สุด

เจ้าพ่อภาคสองเป็นการเล่าเรื่องที่มีรายละเอียดมาก ร้อยเรียงเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน แม้จะตัดไปตัดมาจนน่าเวียนหัวสำหรับคนที่ชอบดูหนังแบบสบายๆ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสุดยอดฝีมือการเล่าเรื่องที่ทำให้คนดูหนังยาวสามชั่วโมงเกือบครึ่งแทบจะลืมเวลาไปเลย

เจ้าพ่อภาคสองเริ่มต้นคล้ายกับภาคแรก เป็นการรวมครอบครัวและแขกเหรื่อเพื่อฉลองการรับศีลครั้งแรก (First Holy Communion) ของลูกชายของไมเกิล ซึ่งย้ายครอบครัวไปอยู่ที่รัฐเนวาดา ไปทำ “ธุรกิจ” ที่ลาสเวกัส และเริ่มหาทางขยาย “กิจการ” ต่างๆ แขกสำคัญคนหนึ่งที่มาในงานเป็นวุฒิสมาชิกของเนวาดาและภริยา เขารับเช็คของขวัญจากแอนโทนี ลูกชายของไมเกิลและประกาศเกียรติคุณครอบครัวนี้ โดยวางมาดนักการเมืองเหมือนจะข่มและแข่งกับอำนาจเจ้าพ่อมาเฟีย

เช่นเดียวกับภาคแรก ระหว่างการกินเลี้ยง การเต้นรำข้างนอก ข้างในบ้านก็มีการ “รับแขก” ที่เข้าคิวขอเข้าพบเจ้าพ่อ ที่น่าสนใจที่สุด คือการพบกันระหว่างวุฒิสมาชิกกับเจ้าพ่อ เป็นการประลองกำลังกันยกแรกระหว่างสองอำนาจ วุฒิสมาชิกพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยาม ด่าไมเกิลและครอบครัวว่าสถุลต่ำช้า ด้วยภาษาที่ก้าวร้าวรุนแรง ทั้งตัดไม้ข่มนามและเรียกร้องสินบนค่าใบอนุญาตเปิดโรงแรมและคาสิโนใหม่ รวมทั้ง “ส่วย” อีกร้อยละ 5 ของคาสิโนทั้งหมด

เจ้าพ่อไมเกิลคงอดกลั้นสุดขีด ตัวเองถูกด่ายังไม่เท่าไร แต่มาด่า “ครอบครัว” นี่มันมากเกินไป ปฏิกิริยาของไมเกิลคือ “ไม่ให้อะไรเลย” (My offer is – nothing) และหลังจากนี้ไม่นาน เราก็เห็นภาพที่เจ้าพ่อมีข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ให้วุฒิสมาชิกผู้นี้ที่ถูกแบล็กเมล์ ถูกจัดฉากให้กลายเป็นฆาตรกรฆ่าโสเภณีในโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่ทอมและบริวารของเจ้าพ่อไมเกิลตามไปช่วยเหลือบอกว่า ไม่เป็นไร จะจัดการให้ทั้งหมด สบายใจได้

นั่นคือการสยบอำนาจของผู้มีอิทธิพลทางการเมืองแบบหนึ่ง ซึ่งพยานหลักฐานทั้งหมดคงถูกเก็บเอาไว้ รอเวลาเอาออกมาใช้เมื่อจำเป็น ด้วยเหตุนี้ เมื่อไมเกิล คอร์เลโอเนถูกเรียกไปสอบจากกรรมาธิการวุฒิสภา คนที่ออกมาปกป้องเขาสุดลิ่มทิ่มประตูคือวุฒิสมาชิกผู้นี้

ส่วนลูกน้องเก่าคนสำคัญของพ่อชื่อ Frankie Pentangeli ซึ่งหักหลัง ได้ถูกเอฟบีไอควบคุมไว้ในค่ายทหาร กันไว้เป็นพยานสำคัญเพื่อเอาผิดเจ้าพ่อไมเกิล เป็นฉากการชิงไหวพริบและเล่ห์เหลี่ยมของสองอำนาจ ฝ่ายเจ้าพ่อก็ไปนำเอาพี่ชายของเพนตันเจลีมาจากซิซิลี พี่ชายคนนี้คือคนที่เลี้ยงดูลูกนอกสมรสของเขาหลายคน เพียงการปรากฏตัวของชายผู้นี้เพนตันเจลีก็กลับคำให้การทั้งหมด กลัวว่าลูกของตนเองจะได้รับอันตราย

เรื่องราวสำคัญคือการขยายอาณาจักรทั้งในสหรัฐฯและในคิวบาช่วงก่อนการปฏิวัติ โดยไมเคิลกับหุ้นส่วนสำคัญคนหนึ่งของครอบครัวตั้งแต่ยุคพ่อ คือชาวยิวที่ชื่อ Hyman Roth (Lee Strasberg) ผู้ซึ่งไมเคิลได้รับการเตือนจากลูกน้องคนหนึ่งของพ่อว่า “พ่อของคุณทำธุรกิจกับไฮมัน รอธ พ่อของคุณนับถือไฮมัน รอธ แต่พ่อของคุณไม่เคยไว้ใจไฮมัน รอธ”

เป็นคำเตือนที่ไมเคิลเองก็ได้ยินจากปากพ่อเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่เขากำลังเรียนรู้และรับช่วงอำนาจต่อจากพ่อที่พร่ำสอนว่า “อย่าไว้ใจคน” “จงรักษาเพื่อนไว้ให้ใกล้ตัวเจ้า แต่เอาศัตรูไว้ใกล้กว่าอีก” (Keep your friends close, but your enemies closer.)

ความพยายามลอบสังหารไมเกิลและครอบครัวถึงในห้องนอนที่บ้านของเขาเองเป็นการเตือนให้รู้ว่า ศัตรูของเขาร้ายกาจเพียงใด เขารู้ว่าเขาถูกหักหลังจาก “คนใน” ครอบครัวนั่นเอง หนังค่อยๆ ฉายให้เห็นแผนการต่อสู้ด้วยเล่ห์เหลี่ยมหลากหลายรูปแบบ มีแต่ประเภทปากปราศรัยแต่ใจเชือดคอ ไว้ใจใครไม่ได้เลย แม้แต่การประชุมเพื่อการลงทุนที่กรุงฮาวานา เมืองหลวงของคิวบาก็คือการประลองกำลังระหว่างไฮมัน รอธ กับไมเกิล ซึ่งแรกๆ ก็ว่าจะไปลงทุน แต่กบฏยึดประเทศสำเร็จ ฟิเดล คัสโตร ขึ้นสู่อำนาจ พวกอเมริกันต้องหนีตายกลับประเทศกันทั้งหมด กลับมาสู่กันต่อที่สหรัฐO

เหตุการณ์ต่างๆ ทีเกิดขึ้นทำให้ไมเกิลสรุปได้ว่า คนที่หักหลังเขาคือเฟรโด พี่ชายของเขานั่นเอง
เฟรโด (John Cazale) ระเบิดความอัดอั้นตันใจออกมาว่า เขาตกเป็นเบี้ยล่างของทุกคนมาโดยตลอด ไม่มีใครเคารพนับถือเขา มีแต่คนหาว่าเขาโง่ อ่อนแอ แต่เขารู้ว่าเขาฉลาดพอ เพียงแต่ไม่เคยได้รับโอกาสที่จะแสดงความสามารถเท่านั้น แม้แต่แม่ยังเคยพูดเล่นๆ ว่า มีคนมาทิ้งเขาไว้ข้างถนน แม่เลยเก็บมาเลี้ยง เขาทนไม่ได้ที่จะต้องรับคำสั่งจากน้องชาย ที่ทำเหมือนกับว่าเขาเป็นคนงี่เง่า
ไมเคิลถามพี่ชายในห้องที่สำนักของเขาจนได้คำตอบสำคัญว่าใครเป็นอะไรเบื้องหลังเรื่องราวต่างๆ แล้วเขาก็ประกาศตัดญาติกับเฟรโด จะไม่ขอพูดหรือเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป แต่เขาก็บอกบริวารคนสนิทตอนเดินออกมาว่า อย่าทำอะไรพี่ชายคนนี้ตราบใดที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ และเมื่อแม่เสียชีวิต เฟรโดก็ถูกสังหาร

เคย์ ภรรยาของไมเคิลอยู่ในสภาพเครียดจัด ชีวิตมีแต่ความกดดัน เธอเคยหวังว่า ห้าปีครอบครัวคอร์เลโอเนจะทำอะไรๆ “ถูกต้องตามกฎหมาย” อย่างที่ไมเกิลสัญญากับเธอ แต่นี่เข้าปีที่ 7 แล้ว ยังไม่มีวี่แววเลย และดูเหมือนว่าปัญหาจะหนักยิ่งขึ้น สุดท้ายเธอก็ “แก้แค้น” สามีซึ่งไม่เคยให้เวลากับลูกเมียเหมือนที่คุณพ่อวีโตเคยสอนไว้ เธอทำแท้งลูกโดยเจตนา ซึ่งตอนแรกไมเกิลเชื่อว่าเป็นการแท้งโดยธรรมชาติ

Recommended Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *